Messages
Topic:
การให้ที่มีค่าภาระติดพัน
........การให้ที่มีภาระติดพัน หมายถึง การให้ที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินได้โอนเป็นของผู้รับแล้ว แต่มีเงื่อนไขให้ผู้รับต้องปฏิบัติต่อไปเกี่ยวกับการให้นั้น ผู้รับจึงต้องรับเอาทั้งสิทธิหน้าที่ที่เกิดขึ้นตามสัญญาให้ การให้ที่มีภาระติดพันจึงมีลักษณะดังนี้
...........(1)ภาระติดพันเกี่ยวกับการให้ จะต้องมีอยู่ในขณะทำสัญญาให้ หากในขณะทำสัญญาไม่ได้ตกลงเกี่ยวกับภาระติดพันให้ผู้รับการให้มีหน้าที่อันใด ไม่อาจถือว่าเป็นสัญญาให้ที่มีค่าภาระติดพันได้ เช่น นายแดงเช่าซื้อรถยนต์จากนายดำผ่อนชำระ 12 เดือน 10 เดือนต่อมานายแดงยกให้นายเขียวซึ่งในขณะทำสัญญาให้นายแดงไม่ได้บอกให้นายเขียวผ่อนให้หมดด้วยจึงไม่ใช่สัญญาให้ที่มีค่าภาระติดพัน เมื่อนายเขียวไม่ทราบว่ามีหน้าที่ผ่อนชำระนายดำจึงนำรถคืนไป นายเขียวไม่สามารถอ้างให้นายแดงรับผิดในการรอนสิทธิตามมาตรา 530 ได้เพราะไม่ใช่สัญญาให้ที่มีค่าภาระติดพัน กรณีนี้นายเขียวจึงได้รับประโยชน์เพียงการได้ใช้ทรัพย์เท่านั้น ดังนั้น การที่มาตรา 521 บัญญัติว่า สัญญาให้คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้โอนทรัพย์สิน จึงไม่ได้หมายความว่าการโอนกรรมสิทธิ์ในตัวทรัพย์เท่านั้น แต่หมายถึงสิทธิใดๆซึ่งอาจไม่ใช่กรรมสิทธิ์แต่เป็นสิทธิที่ผู้ให้มีด้วย เช่น สิทธิในการได้ใช้ประโยชน์ เป็นต้น
...........(2)การให้ที่มีค่าภาระติดพันกับสัญญาต่างตอบแทนย่อมมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ สัญญาต่างตอบแทน (reciprocal contract) เป็นนิติกรรมสองฝ่ายที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีหนี้ที่ต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตอบแทนซึ่งกันและกัน แต่สัญญาให้โดยเสน่หา ผู้ให้ไม่มีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์ให้แก่ผู้รับการให้ และฝ่ายผู้รับการให้ก็ไม่มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่างตอบแทน อย่างไรก็ตาม การที่สัญญาให้ที่ค่าภาระติดพันย่อมเป็นการกำหนดหน้าที่แก่ผู้รับการให้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติ แต่ก็ไม่ได้ก่อหน้าที่แก่ผู้ให้ที่ต้องให้เพราะสัญญาให้ต้องเกิดด้วยความสมัครใจ หากเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำย่อมไม่ใช่สัญญาให้โดยเสน่หา ดังนั้น สัญญาให้ที่มีค่าภาระติดพันจึงไม่ใช่สัญญาต่างตอบแทน
.............ลักษณะของสัญญาให้ย่อมเป็นประโยชน์แก่ผู้รับการให้ฝ่ายเดียว เช่น นายแดงให้รถยนต์แก่นายดำ นายดำย่อมได้รับประโยชน์จากการให้ สัญญาให้ที่มีค่าภาระติดพันย่อมต้องมีลักษณะอย่างเดียวกัน แม้ค่าภาระติดพันจะทำให้ประโยชน์ของผู้รับการให้ลดน้อยลงก็ตาม แต่หากยังมีประโยชน์อยู่บ้างผู้รับการให้ก็ยังได้รับประโยชน์ ในขณะเดียวกันหากผู้รับการให้เห็นว่าเมื่อรับการให้แล้วจะไม่มีประโยชน์เหลืออยู่เลย หรือยังมีประโยชน์อยู่บ้าง หรือยังมีประโยชน์อยู่มากแต่ไม่ต้องการรับก็มีสิทธิปฏิเสธไม่รับการให้ได้ ประกอบกับมาตรา 529 บัญญัติว่า ถ้าทรัพย์สินที่ให้มีราคาไม่พอกับการที่จะชำระค่าภาระติดพันไซร้ ท่านว่าผู้รับจะต้องชำระแต่เพียงเท่าราคาทรัพย์สินเท่านั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่า ผู้รับการให้ไม่อาจรับค่าภาระติดพันเกินกว่าราคาแห่งทรัพย์สินได้ มิฉะนั้น ผู้รับการให้ย่อมไม่ได้ประโยชน์จากการให้เลยแต่กลับต้องรับหนี้ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของสัญญาให้โดยเสน่หา กรณีนายแดงเช่าซื้อรถยนต์ราคา 100,000 บาท จากนายดำโดยผ่อนชำระ 10 เดือนๆละ 10,000 บาท เมื่อนายแดงผ่อนได้ 3 เดือน รวม 30,000 บาท นายแดงยกให้นายเขียวโดยมีค่าภาระติดพันเหลืออีก 70,000 บาท กรณีนี้จะเป็นสัญญาให้โดยมีค่าภาระติดพันหรือไม่ โดยหลักแล้วยังคงถือว่าเป็นสัญญาให้โดยมีภาระติดพันอยู่เช่นเดิม เพียงแต่กฎหมายบัญญัติให้ผู้รับการให้ไม่ต้องชำระค่าภาระติดพันเกินกว่าราคาทรัพย์สินนั้นตามมาตรา 529 เท่านั้น
...........(3)หากพิจารณาภาระติดพันเกี่ยวกับการให้จะมีหลายลักษณะ เช่น นายแดงยกที่ดินให้แก่นายดำโดยนายดำต้องเลี้ยงดูนายแดงตลอดชีวิตของนายดำ หรือนายเอกยกที่ดินให้แก่นายโทโดยนายโทยกข้าวเปลือกที่ทำได้จากที่นาของตนให้แก่นายเอกปีละ 1 เกวียน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ภาระติดพันเกี่ยวกับการให้ ต้องเป็นภาระติดพันที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงแก่ทรัพย์สินนั้น เช่น นายหนึ่งยกที่ดินที่ติดจำนองให้แก่นายสองโดยนายสองต้องปลดจำนองในที่ดินด้วย หรือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2364/2515 สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยมีข้อความว่า จำเลยแสดงเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดินและยกกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ โดยโจทก์สัญญาจะจ่ายเงินผลประโยชน์ที่ได้จากทรัพย์สินนั้นให้แก่จำเลยหนึ่งในสามจนตลอดชีวิตของจำเลย เป็นสัญญาให้โดยเสน่หาซึ่งมีภาระติดพัน
...........แต่ค่าภาระติดพันที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับตัวทรัพย์ ย่อมไม่ใช่สัญญาให้ที่มีค่าภาระติดพัน เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2364/2515 การที่โจทก์ยกที่ดินให้จำเลยผู้เป็นบุตรโดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยต้องส่งข้าวเปลือกให้โจทก์ปีละ 10 ถังนั้น ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการให้ทรัพย์สินโดยมีค่าภารติดพันตามมาตรา 528 แต่เป็นการยกให้โดยเสน่หา เพราะค่าภารติดพันในที่ดินต้องเป็นภารติดพันเกี่ยวกับตัวที่ดินเองโดยตรง ไม่ใช่ภารติดพันนอกตัวทรัพย์
...........คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2520 จำเลยที่ 2 ไปกู้เงินบุคคลอื่นเอามาให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาไถ่ถอนการขายฝาก จำเลยที่ 1 จึงโอนทรัพย์นั้นให้เป็นการทำเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ผู้เป็นมารดาการโอนทรัพย์เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการโอนให้โดยมีค่าภารติดพันหาได้ไม่ (ภาระติดพันต้องมีหลังสัญญาให้กรณีนี้อาจเป็นการให้เป็นบำเหน็จสินจ้างโดยแท้ก็ได้ : ผู้เขียน)
...........คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 972/2508 อาโอนที่ดินยกให้หลานโดยเสน่หา โดยหลานสัญญาว่าจะอุปการะเลี้ยงดูให้สิ่งจำเป็นเลี้ยงชีวิตตลอดชีวิตของอา และจะเป็นผู้ทำศพเมื่ออาวายชนม์นั้น กรณีเช่นนี้หามีภาระเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ยกให้ไม่ จึงไม่ใช่เป็นการให้สิ่งที่มีค่าภารติดพันตามกฎหมาย (หน้าที่ของผู้รับการให้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่ดิน : ผู้เขียน)
Sep 18
7:55 AM
...........(4) การให้ที่มีค่าภาระติดพันมีแตกต่างกับภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ กล่าวคือ
..............(ก)ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ ตามมาตรา 1429 หมายถึง การที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์มีความผูกพันที่ต้องชำระหนี้เป็นคราวๆให้แก่ผู้รับประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ หรือการที่ผู้รับประโยชน์ได้ใช้หรือถือเอาประโยชน์จากทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์จึงมีได้เฉพาะอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่สัญญาให้ที่มีภาระติดพันอาจมีได้ทั้งอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ เช่น นายแดงยกรถยนต์ให้กับนายดำโดยนายดำต้องจ่ายค่าซ่อมรถยนต์คันดังกล่าว เป็นสัญญาให้สังหาริมทรัพย์ที่มีภาระติดพัน
..............(ข)ลักษณะของภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ อาจมีได้ในกรณีต่อไปนี้ (ก) การที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์มีความผูกพันที่ต้องชำระหนี้เป็นคราวๆ (periodical) ให้แก่ผู้รับประโยชน์จากจากอสังหาริมทรัพย์ เช่น นายมั่นเจ้าของบ้านเช่าได้ตกลงผูกพันตนกับนายคงว่าทุกเดือนนายมั่นจะแบ่งค่าเช่าให้นายคงตลอดระยะเวลา 3 ปี หรือนายหนึ่งตกลงผูกพันตนว่าจะแบ่งข้าวที่ได้จากการทำนาในที่ดินของตนให้แก่นายสองปีละ 1 เกวียน ตลอดระยะเวลา 10 ปี หรือ (ข) การที่ผู้รับประโยชน์ได้ใช้หรือถือเอาประโยชน์จากทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ เช่น นายเอกเป็นเจ้าของบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ นายเอกตกลงกับนายโทว่าในเดือนมกราคมของทุกปีตลอดระยะเวลา 10 ปี นายเอกยินยอมให้นายโทอาศัยในบ้านดังกล่าว หรือนายหนึ่งตกลงผูกพันตนกับนายสองว่า นายหนึ่งยินยอมให้นายสองทำนาในที่นาของนายหนึ่งได้ปีละ 1 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 5 ปี
..............จากที่กล่าวมาภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ทำให้กรรมสิทธิ์หรือความเป็นเจ้าของสิ้นสุดลง ความเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่แต่เจ้าของจำต้องแบ่งประโยชน์ที่ได้จากอสังหาริมทรัพย์หรือยอมที่จะไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ในอสังหาริมทรัพย์ ส่วนสัญญาให้ที่มีค่าภาระติดพันนั้น กรรมสิทธิ์ย่อมโอนไปยังผู้รับการให้ แต่ผู้รับการให้ไม่อาจได้รับประโยชน์จากทรัพย์อย่างเต็มที่เพราะมีหน้าที่ต้องทำตามภาระนั้น ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์และสัญญาให้ที่มีค่าภาระติดพันจึงมีความคล้ายกัน ตรงที่ต้องเป็นภาระติดพันอันเกี่ยวเนื่องกับตัวทรัพย์โดยตรง ดังนั้น หากค่าภาระติดพันไม่เกี่ยวเนื่องกับตัวทรัพย์ ก็ไม่อาจถือว่าเป็นสัญญาให้ที่มีค่าภาระติดพันได้ แต่เป็นสัญญาให้ทั่วไปซึ่งผู้ให้สามารถเพิกถอนคืนการให้เพราะเหตุที่ผู้รับการให้ประพฤติเนรคุณได้ตามมาตรา 531
........(5)สัญญาให้ที่มีค่าภาระติดพัน ก่อให้เกิดผลในทางกฎหมายดังต่อไปนี้
..............(ก)ผู้ให้ไม่สามารถเพิกถอนคืนการให้ได้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณตามมาตรา 535
..............(ข)ผู้ให้ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องหรือการรอนสิทธิ แต่ไม่เกินจำนวนค่าภาระติดพันตามมาตรา 530 เช่น นายก.ยกบ้านและที่ดินให้แก่นายข.โดยนายข.ต้องไปเสียภาษีบำรุงท้องทีที่ค้างชำระมาหลายปีและค่าเบี้ยปรับรวม 100,000 บาท ปรากฏว่าบ้านหลังนี้ถูกพายุพัดพังมาก่อนนายข.ต้องเสียค่าซ่อม 200,000 บาท ดังนั้น นายก.ต้องรับผิดในค่าซ่อมบ้านหลังนี้แต่ไม่เกินค่าภาระติดพันคือ 100,000 บาท
----------จบ------------
Sep 18
7:56 AM